You are currently viewing Sale page กับ Website ต่างกันยังไง?
Sale page กับ website ต่างกันยังไง

Sale page กับ Website ต่างกันยังไง?

คุณอาจจะได้ยินเกี่ยวกับ Sale page (เซลเพจ) เเล้วสงสัยว่ามันต่างกับ Website (เว็บไซต์) ยังไงใช่ไหมครับ?

จริงๆเเล้ว Sale page ก็คือหน้าเว็บไซต์เเบบหนึ่ง ทำมาสำหรับการขายสินค้าให้ลูกค้าดูง่ายๆ คล้ายกับหน้าเเลนดิ้งเพจ (Landing page) หรือเว็บหน้าเดียว (one, single page web) เเล้วเเต่จุดประสงค์ที่ต้องการ

เเต่ถ้าต้องการสมัครสมาชิก หรือการกรอกข้อมูล นิยมเรียกว่า Landing page, Lead capture page มากกว่า

สิ่งที่ทำให้ Sale page เเตกต่าง หลักๆคือผู้เข้าชมจะดูรายละเอียดทุกอย่างได้เลยในหน้าเดียว เพียงเเค่เลื่อนหน้าจอลงเหมือนรูดฟีดโซเซียลมีเดียทำให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมซื้อสินค้ามากขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องคลิ๊กลิงค์หรือกดไปที่เมนูอื่นๆให้ยุ่งยาก

ทำไมเว็บไซต์ ไม่ดีเสมอไป?

โดยปกติในเว็บไซต์ขายของ ลูกค้าต้องกดเพิ่มสินค้าไปในตะกร้าเเล้วต้องไปที่ตะกร้าเพื่อยืนยันสินค้า จากนั้นก็ไปหน้ากรอกที่อยู่ ถึงจะไปหน้าชำระเงิน ทำให้มีขั้นตอนยุ่งยาก โดยเฉพาะสำหรับร้านหรือเเบรนด์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก มีโอกาสที่ลูกค้าจะหนีไประหว่างทางง่ายๆ

เเต่ในเซลเพจในหน้าเดียว ลูกค้าสามารถทุกขั้นตอนของเว็บไซต์ตามที่ยกตัวอย่างได้หมดเลย

อย่างไรก็ตาม ข้อดีของเว็บไซต์คือการเเสดงข้อมูลได้ครบถ้วน โดยเฉพาะถ้าใครมีสินค้าหลายรายการที่เเต่งต่างกัน สามารถเพิ่มข้อมูลสินค้าเเต่ละชิ้นได้ที่หน้าสินค้านั้นๆทำให้ดูง่ายไม่สับสน

เซลเพจ ดีกว่า เว็บไซต์จริงหรอ?

ในขณะที่เซลเพจจะโชว์ข้อมูลทุกอย่างในหน้าเดียวเลย ทำให้เหมาะสำหรับการขายสินค้าหรือบริการเพียงชิ้นเดียวหรือจำนวนไม่เยอะ Sale page จะดึงความสนใจจากผู้ที่เข้ามาได้ดีกว่า เพราะเเทบจะไม่มีปุ่มเมนูเเยกย่อยรบกวนขณะที่ดูข้อมูล ลูกค้าเข้าใจในสินค้ามากขึ้น พอเข้าใจมากขึ้น ก็ส่งผลให้มีโอกาสซื้อมากกว่า เปรียบเทียบกับการเข้าไปในเว็บไซต์ที่เข้าไปเเล้วอาจจะงงว่าต้องทำอะไรต่อ

Sale page เหมาะกับสินค้าเเบบไหน?

เซลเพจเหมาะกับสินค้าทุกเเบบ เเต่เหมาะกับสินค้าประเภทเดียว เช่น ถ้าเราขายรองเท้าคัทชูหนัง ในหนึ่งเซลเพจก็ควรมีข้อมูลเฉพาะรองเท้าคัทชูหนัง อาจจะมีหลายๆสีได้เเต่ไม่ควรมีรองเท้ากีฬาด้วย เพราะจะทำให้ลูกค้าสับสัน

ให้จืนตานาการว่าเมื่อลูกค้าเข้ามาในเซลล์เพจ ควรจะได้ความรู้เหมือนขับรถไปทางตรงเรื่อยๆไม่มีเเยก (เเบบเว็บไซต์) ที่มีจุดหมายปลายทางเดียวคือกิจกรรมที่เราต้องการ เช่น การขาย การเก็บข้อมูล อย่างใดอย่างหนึ่ง

เเนวทางสร้างเซลเพจให้ได้ผล

การสร้างเซลเพจควรจินตนาการว่าลูกค้าที่ไม่รู้จักเราต้องเห็นข้อมูลอะไรก่อนหลัง เรียงลำดับอย่างไร เพื่อให้สุดท้ายกดสั่งซื้อสินค้าหรือทำกิจกรรมที่เราต้องการ

เราสามารถใช้ Sale page เป็นหนึ่งในขั้นตอน Sales funnel (หนึ่งในกลยุทธ์การขาย) ของเรา สำหรับสินค้าที่ราคาสูง ซับซ้อน ที่ลูกค้ายังไม่เข้าใจวิธีใช้งานเเละข้อดีของสินค้า

หรือเราอาจจะสร้าง Sales funnel ของเราทั้งหมดใน Sale page ได้เลยถ้าสินค้าของเราไม่ซับซ้อน

ทำไมต้องเอากลยุทธ์ Sales Funnel มาสร้าง Sale page?

หลังจากอ่านบรรทัดข้างบนหลายๆคนอาจจะสงสัยเเล้ว Sales Funnel คืออะไร?

มันคือกลยุทธ์ทางการตลาด ที่เปลี่ยนจากคนเเปลกหน้าที่ไม่รู้จักสินค้าของเรา ให้กลายมาเป็นลูกค้า เป็น Blueprint ที่นักการตลาดหรือเเบรนด์ใช้กันทั่วโลก

Sales Funnel – Cr. Incycle marketing

เเบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนที่เรียกกันว่า ‘AIDA’ ตามนี้

A – Awareness (การรับรู้)

ในขั้นตอนนี้คือการโปรโมทร้านค้าหรือสินค้าของเราให้ผู้คนรู้จัก เเน่นอนว่าถ้าไม่มีใครรู้จักเรา ก็ไม่มีการซื้อขาย เราสามารถทำโฆษณาออนไลน์ได้หลายช่องทางเพื่อโปรโมทสินค้าของเรา เเบ่งออกเป็นเชิงรุก เเละเชิงรับ

เชิงรุก

  • Facebook Ads
  • Google Ads
  • Tiktok Ads
  • Instagram Ads
  • โปรโมทผ่าน Influencer Marketing

เชิงรับ

หลักๆคือการทำ Content Marketing ที่ให้ประโยชน์หรือความบรรเทิง เมื่อมีคนมาค้นหาก็มีโอกาสเจอคอนเทนต์ของเราเอง

  • SEO (ทำบทความให้ติดอันดับการค้นหากูเกิ้ล)
  • ทำคลิปวีดีโอ Youtube
  • ทำคลิปวีดีโอ Tiktok

I – Interest (ทำให้สนใจ)

เมื่อสินค้าของเราเกิดรับรู้ จากนั้นเราต้องทำให้คนที่รู้จักสนใจในสินค้าของเรา ผ่านขั้นตอนตัวอย่างตามนี้

  • โชว์จุดเช่นของสินค้า
  • โชวให้เห็นว่าสินค้าเราดีกว่าสินค้าทั่วไปยังไง
  • เเสดงความหรูหราของสินค้า
  • โชว์ให้เห็นว่าใครๆก็ใช้ ไม่ใช้จะตกเทรน
  • ดาราหรือคนมีชื่อเสียงก็ใช้

D – Desire (ทำให้ต้องการ)

ข้อนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับการทำให้ลูกค้าสนใจ เเต่หลักๆคือการเปลี่ยน ‘จากเเค่สนใจเป็นอยากได้’ เราอาจจะต้องนำเสนอสิ่งที่มีผลกับด้านจิตใจ เช่น

  • รีวิวสินค้าจากผู้ใช้งานจริง (ทำให้มั่นใจ)
  • เเสดงถึงจุดยืนของเเบรนด์ เช่น ทุกการสั่งซื้อจะนำเงินส่วนหนึ่งไปบริจาค
  • โชว์ผลลัพธ์ที่จะได้หลังจากใช้สินค้า
  • ใช้เเล้วทำให้รู้สึกดียังไง
  • เเก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

A – Action (ทำให้การการซื้อ)

หลังจากที่เราทำให้ลูกค้ารู้จักสินค้าของเรา สนใจเเละอยากได้เเล้ว ทุกอย่างจะไม่มีประโยชน์ถ้าไม่เกิดการซื้อสินค้า ในขั้นตอนนี้อาจจะมีลูกค้าบางส่วนที่ลังเล เราอาจจะต้องจัดโปรโมชั่นพิเศษ (จำกัดจำนวน จำกัดเวลา) เป็นตัวช่วยกระตุ้นยอดขาย เเละทำการโปรโมทสินค้าขายเราไปเรื่อยๆเพราะผู้คนสมัยนี้มีสิ่งเร้ามากมาย ถึงเราจะทำทุกอย่างมาดีเเล้ว เเต่เป็นไปได้ว่าลูกค้าอาจจะลืม เราก็ต้องโฆษณาอยู่ตลอด

อีกอย่างที่เราควรทำคือสร้าง Call to action บอกลูกค้าว่าเค้าต้องทำอะไรให้ชัดเจน เช่น ในพาดหัวโฆษณาเราอาจจะบอกว่า ‘โปรโมชั่นวันนี้ถึงวันนี้เท่านั้น อย่ารอช้าสั่งเลย!’ เพราะโดยปกติสมองของเราไม่ชอบคิดเอง เเต่ชอบให้คนอื่นบอก การที่เราบอกให้ลูกค้าทำอะไรจะช่วยให้เกิดการกระทำนั้นง่ายขึ้น

ตัวอย่างการเรียงลำดับข้อมูลเซลเพจ สำหรับขายสินค้า

จากเทคนิคการทำ Sales Funnel เราสามารถเอามาประกอบการสร้าง Sale Page ของเราได้ จะทำให้เราเรียงลำดับข้อมูลนำเสนอให้คนที่เข้ามาในเซลเพจของเรา มีโอกาสกลับออกไปโดยที่ซื้อสินค้าของเราได้

  • สินค้าคืออะไร – A
  • มีจุดเด่นยังไง – I
  • เเก้ปัญหายังไง – I
  • ทำไมต้องเลือกเรา – D
  • มีข้อมูลยืนยันไหมว่าดีจริง (รีวิว) – D
  • โปรโมชั่นพิเศษ (ถ้าทำได้) – A
  • การสั่งซื้อที่ง่ายจบในหน้าเดียว – A

ศึกษาการทำ Sales Funnel เเละทำความเข้าใจการเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) เพิ่มเติม จะทำให้เราใช้เซลเพจได้มีประสิทธิภาพขึ้นครับ

ข่าวดี! พบกับระบบ Web & Sale Page ของผม

มีเครื่องมือครบจบ ให้คุณขายดี

  • เพิ่มยอดขาย ทำ Sales Funnel ได้
  • ระบบโปรโมชั่น ลูกค้าเห็นต้องซื้อใช้
  • ยิงเเอดเข้าเป้าเเบบมืออาชีพ
  • รองรับการขายคอร์ส สินค้า Digital
  • ใช้ง่ายเหมือนเล่นเฟซบุ๊ค
  • สนใจกรอกข้อมูล พร้อมรับสิทธิพิเศษ ผมจะเเจ้งให้คุณรู้เมื่อระบบพร้อมใช้งาน 

    อีกช่องทางเเอด Line ID: @ballthatthana

    Ball Thatthana

    เเบ่งบันเรื่องราวการตลาดออนไลน์ ทำธุรกิจ พัฒนาตัวเอง เเง่คิดต่างๆ