ใครที่ยิงเเอด Facebook อยู่ต้องปรับตัวเลย เพราะเริ่ม 1 กันยายน 2564 Facebook จะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT 7% จากยอดค่าโฆษณา
ในบทความนี้ผมจะบอกรายละเอียดเพิ่มเติมว่าเราถูกเก็บภาษีตรงนี้ยังไง เเละบอกวิธีกรอกข้อมูล Vat ID ใน Facebook
สำหรับบริษัทที่จดทะเบียน Vat อยู่เเล้ว ตรงนี้ Facebook จะไม่เรียกเก็บโดยตรง เพียงเเค่ไปกรอกหมายเลยประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (Vat ID) เพิ่ม
จากนั้นยื่นเเบบ ภ.พ. 36 ตามปกติ ค่าโฆษณาจะเอามาหักลบ Vat ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะก่อนหน้าทำไม่ได้เเละเราต้องรับผิดชอบค่าภาษีตรงนี้คนเดียว
สำหรับคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้จดทะเบียน Vat – Facebook จะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ตอนเรียกเก็บค่าโฆษณา ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนี้เราจะไม่ให้ในหน้า Dashboard ก็ให้จำไว้ว่าจากค่าโฆษณาที่เห็น ความจริงจะมี Vat เพิ่มอีก 7%
เมื่อเเบบเป็นนี้ทำให้คนที่ขายของเเบบบุคคลธรรมดาจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทันที สมมุติว่าเราทำโฆษณาไป 10000 บาท ต่อจากนี้ไปต้องเสียเพิ่มเป็น 10700 บาท ยิ่งยิงเเอดเยอะก็มีค่าใช้จ่ายเยอะตาม
วิธีกรอกข้อมูล Vat ID
บริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่เเล้ว กรอกข้อมูลได้ที่หน้า Payment setting: https://www.facebook.com/ads/manager/account_settings/account_billing/
จากนั้นกดปุ่ม Edit ไปกรอกข้อมูลบริษัทเเละหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรที่ช่อง ‘VAT ID’ เเละกด save
จริงๆเเล้วรัฐบาลมีประกาศการเรียกเก็บภาษีจากผู้ให้บริการออนไลน์ ที่เรียกว่า e-Service มาเเล้วตั้งเเต่ต้นปี บริษัทเช่น Facebook, Tiktok, Google, Youtube เเละ Netflix ต้องโดยเรียกเก็บภาษีตรงนี้หมด
ในขณะที่ Netflix เป็นผู้บริการขายสินค้าใช้ผู้ใช้โดยตรง บริษัท Social Media น่าจะถือว่าตัวเองเป็นเเค่ผู้ให้บริการ ทำให้ผลักภาระค่าใช้มาที่คนทำธุรกิจผ่านช่องของตัวเอง
เรื่องนี้รวมถึงคนที่หาเงินผ่านการ Monetization ด้วย (Facebook Monetization, Google & Youtube Adsense) ก็จะโดนหักค่า Vat 7% จากรายได้ ทั้งหมดจะเริ่มพร้อมๆกันประมาณเดือนกันยายน 2564
คนที่ทำงานออนไลน์คงต้องปรับตัวกันใหญ่เลย เเต่ยังไงก็ตามผมคิดว่าสำหรับคนที่ยื่นภาษีถูกต้องเเละทำธุรกิจอย่างจริงจังอยู่เเล้ว ก็ยังมีเรื่องให้พอหายเครียดได้บ้าง เพราะคู่เเข่งที่ขายสินค้าราคาถูก กำไรบาง คงต้องโบกมือลาไปกันเยอะครับ
เเนวทางเเก้ไขปัญหาค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้น?
ระยะสั้นคิดว่าการกระจายช่องทางการขาย เเละการใช้ช่องทางอื่นโฆษณาจะพอช่วยได้ เช่น การโฆษณาผ่าน Line การจ้าง Influencer หรือการทำ Affiliate Marketing ให้คนอื่นโปรโมทสินค้าเเทนเราเเลกกับค่า Commission เมื่อขายได้เท่านั้น ดูวิธีที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=wRAWRJSUvqc
ส่วนระยะยาวก็ต้องเน้นการสร้างเเบรนด์ สร้างมูลค่าสินค้า ทำให้กลุ่มลูกค้าที่จะมาซื้อสินค้าเรามาซื้อเพราะชอบเเบรนด์ของเราจริงๆ ไม่ใช่เพราะราคาอย่างเดียว รวมถึงการทำเว็บไซต์ ทำ Content SEO ให้ติดอับกับการค้นหาของ Google เเละทำช่อง Youtube เพื่อโปรโมทเเบรนด์ทางอ้อมโดยไม่ต้องทำโฆษณา
วิธีนี้ให้ลูกค้าจดจำเเบรนด์ได้ง่าย ทำให้ไม่จำเป็นต้องขายราคาถูกอย่างเดียว ซึ่งจะเป็นวิธีที่ยั่งยืนมากกว่าเเละอาจจะทำให้ทำโฆษณาออนไลน์ได้ต่อไปเเม้จะมี Vat 7% เพิ่มเติมมาก็ตาม
ใครชอบบทความนี้ฝากกดหัวใจ เเละ Share เพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยครับ
อ้างอิง: https://www.facebook.com/business/help/562800201396939?helpref=uf_permalink